Casinos in Asia

พฤษภาคม 30, 2020 | บ่อนคาสิโน | ไม่มีความเห็น

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตลาดการพนันโลก (เฉพาะที่ถูกกฎหมาย) มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะเผชิญกับภาวะชะงักงันในช่วงปี 2008–2009 จากวิกฤตการเงินในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม คา สิ โน เกมส์ สดในภายหลังสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ตั้งแต่ ค.ศ. 2010 จนถึงปัจจุบัน 

 

โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเติบโตในธุรกิจการพนัน ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของคาสิโนโดยเฉพาะในเอเชีย รวมถึงการเติบโตของการพนันออนไลน์ โดยในปี 2012 มูลค่าของการพนันทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมกันมีมูลค่าเกือบ 400 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12 ล้านล้านบาท 

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกิจคาสิโนมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการสำรวจและประเมินข้อมูลส่วนแบ่งตลาดธุรกิจการพนันของโลกในช่วงปี 2010-2015 พบว่า ในปี 2010 ธุรกิจคาสิโนในประเทศสหรัฐอเมริกา มีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 48.9% ของตลาดคาสิโนโลก รองลงมาคือเอเชียแปซิฟิก ที่ 29.2% 

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าจับตามองมากที่สุด คือส่วนแบ่งตลาดธุรกิจการพนันในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกในระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2010 นั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในปี 2015 นั้น ส่วนแบ่งตลาดของเอเชีย แปซิฟิกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 43.4% แซงหน้าอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ธุรกิจการพนันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของอุปทาน 

 

ตัวอย่างความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เห็นได้ชัดคือ ประเทศสิงคโปร์ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากการเปิดคาสิโนในปี 2010 ส่งผลให้เกิดมูลค่าธุรกิจถึง 2,827 ล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้าเกาหลีใต้ขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของภูมิภาคนี้ และกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของออสเตรเลีย ซึ่งในขณะนั้นออสเตรเลียนับว่าเป็นตลาดคาสิโนที่สำคัญลำดับสองในเอเชียแปซิฟิก 

 

จากการศึกษาเกี่ยวกับการเปิดสถานคาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศสิงคโปร์ พบว่า แนวคิดในการเปิดคาสิโนในสิงคโปร์นั้นได้มีมานานแล้ว เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กและมีทรัพยากรจำกัด รัฐบาลจึงเล็งเห็นว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเป็นรายได้สำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว ดังนั้นแนวคิดในการอนุญาตให้เปิดคาสิโนจึงเกิดขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจได้พยายามขอให้รัฐบาลเห็นชอบในการเปิดคาสิโนมาอย่างต่อเนื่อง 

 

อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ทางความคิดของสังคมสิงคโปร์ได้เกิดขึ้นเป็นระยะ ระหว่างความคิดที่เชื่อมโยงกับศาสนา และความคิดของกลุ่มหัวอนุรักษ์นิยมของชาวสิงคโปร์เอง ซึ่งได้กินเวลาไม่น้อยกว่าสองทศวรรษ เริ่มตั้งแต่สมัยรัฐบาลลีกวนยูตามด้วยรัฐบาลโจ๊ะ กง ตง จนกระทั่งถึงรัฐบาลนายลีเซียน ลุง ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน โดยเหล่าผู้นำประเทศสิงคโปร์ต่างมองเห็นแนวโน้มและแหล่งรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งธุรกิจการพนันนั้นนับว่าเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ตลาดมีศักยภาพสูงโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ที่มีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมประเภทนี้สูงมาก ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย

 

ดังนั้น การวางยุทธศาสตร์ในโครงการ IRs หรือ Casinos Integrated Resort ของสิงคโปร์จึงมอง

การแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนของธุรกิจการพนันออกเป็นสองระดับ คือ ผู้เล่นหลัก (Major Player) ได้แก่

ประเทศมาเลเซีย กับผู้เล่นรายใหม่ (New Player) ได้แก่ ประเทศไทย 

 

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลดังกล่าวนี้มิได้ทำให้การเปิดคาสิโนในสิงคโปร์ทำได้ง่ายนัก เนื่องจากการเปิดบ่อนคาสิโนดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคม โดยเฉพาะในแง่ผลดี-ผลเสียของการเปิดคาสิโนในสิงคโปร์ว่าจะมีผลกระทบต่อสังคมอย่างไร 

 

และเมื่อได้ชั่งน้ำหนักทั้งด้านบวกและด้านลบแล้ว รัฐบาลสิงคโปร์จึงตัดสินใจเลือกแนวทางการพัฒนาเปิดบ่อนคาสิโนภายใต้โครงการ IRs ในปี 2005 โดยมีการผ่อนคลายทางนโยบายและมีกระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนของรัฐบาลสิงคโปร์อย่างต่อเนื่อง 

 

จนกระทั่งในที่สุดทางการได้อนุญาตให้มีการเปิดคาสิโนอย่างถูกกฎหมายสองแห่งขึ้น คือ มารีนาเบย์ (Marina Bay) โดยกลุ่มทุน Las Vegas Sand และเซนโทซ่า (Sentosa) โดย Genting Group

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *